วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

คุณเชื่อหรือไหม


าปบุญมีจริงหรือ

คำถาม: คนที่่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญว่ามีจริง  ซ้ำยังกล่าวว่าคนที่เชื่อนั้นงมงาย เขายกเหตุผลมาชี้ว่า คนที่ฆ่าคนตาย ถ้าบาปมีจริง ทำไมจึงไม่ได้รับการฆ่าอย่างเดียวกันและฉับพลันล่ะ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่เกรงกลัว  บาปกรรม และยังถามว่าบาปกรรมหน้าตาเป็นอย่างไร จะตอบเขาว่าอย่างไรดีคะ?

ตอบ: ไปบอกคนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคนนั้นว่า ถ้าอยากจะเห็นตัวบาปชัดๆ ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ก็มีวิธีดูง่ายๆ คือให้ไปดูที่หน้ากระจกเงา หน้าที่เห็นในกระจกนั้นแหละตัวบาปละ
         
          ส่วนตัวคุณโยมเองก็ควรรู้ความจริงว่า ไม่ว่าบาปไม่ว่าบุญ กว่าจะออกผลต้องใช้เวลาพอสมควร เหมือนปลูกกล้วยวันนี้ ถามว่าพรุ้งนี้จะได้กินกล้วยไหม? ตอบว่าไม่ได้ ต้องรออีกเป็นเดือนๆ บางทีเกือบปีจึงจะได้กินกล้วย เช่นกันทำความดีวันนี้จะให้สังคมยอมรับ หรือทำให้ลาภผลอะไรเกิดขึ้นต้องรออีกเป็นปี ต้องรอด้วยกันทุกคน แต่ที่จะได้ทันทีคือผลที่เกิดขึ้น ภายในใจของผู้กระทำความดีได้ในลักษณะเป็นความเชื่อใจสบายใจ ทำปุ๊บได้ปั๊บเลยทีเดียว 
        
          บาปก็เช่นเดียวกัน ทำบาปปุ๊บก็ได้ผลปั๊บเหมือนกัน คือใจขุ่นมัว แล้วกว่าผลบาปเต็มๆจะตามมาทัน ก็ต้องรอเวลาอีกช่วงหนึ่งเหมือนกัน ธรรมดามันเป็นเช่นนี้ ฉะนั้นคนที่มักง่ายไม่ตรองอะไรจริงๆจังๆ ไม่ละเอียดสุขุมรอบคอบก็เลยมักจะทึกทักเอาว่า บาปไม่มี
         
          คนส่วนมากในโลกนี้เมื่อเวลาคนอื่นทำชั่ว ก็อยากให้เขาได้รับผลชั่วทันที ซึ่งก็ดีเหมือนกัน สมมุตินะ ถ้าพอใครโกหกปุ๊บให้ฟันหักหมดปากปั๊บเลย สงสัยที่นั่งกันอยู่ตรงนี้คงไม่มีใครเหลือฟันสักซี่ แต่ส่วนมากไม่เป็นอย่างนั้น เวลาตัวเองโกหกปุ๊บ สาธุ ขอเราอย่าเพิ่งฟันหักเลย นี่คือเรา
         
           พอทำความดีปุ๊บ อยากจะได้ดีทันที อยากให้คนเขายกย่องเชิดชู อยาได้ยศถาบรรดาศักดิ์ได้ลาภได้ผล อยากให้ได้ทันทีแต่เวลาคนอื่นเขาทำความดีกลับบอกว่า รอก่อน อย้่าเพิ่งได้ดีเลยนะ เดี๋ยวจะแซงข้าไป คิดกีดกันคนอื่นไปเสียโน่น
           
           คุณโยม อะไรมันจะแซงหรือไม่แซงก็ช่างมันเถอะนะ ตั้งใจทำความดีของเราเรื่อยไป แล้วจะได้ดีเอง ความชั่วก็เหมือนกัน ทำเองก็จะได้ทุกข์ต้องโทษทัณฑ์เอง ยมบาลไม่ต้องมาตัดสินก็ได้ชั่วเอง
           
           ขอฝากพวกเราไว้นะว่า เราเกิดมาในชาตินี้มีหน้าที่เพื่อมากลั่นขันธ์ทั้ง ๕ กลั่นธาตุทั้ง ๖ ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ขึ้น ในระยะที่ยังไม่หมดกิเลส ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ก็กลั่นให้มีผล เป็นความสุขกายสุขใจ ไม่ต้องทุกข์กายทุกข์ใจ กลั่นธาตุกลั่นขันธ์ด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญาให้ดีนะ

                                                                                     จากหนังสือ:หลวงพ่อ ตอบปัญหา
                                                                                     พระภาวนาวิริคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น